รีวิว MINI Cooper S Convertible (F57) มินิเปิดประทุน สุดเท่

สวัสดีแฟนๆ MINI-TH ครับ ส่งท้ายปลายปี 2016 ด้วยรถยนต์มินิสุดเท่อีกหนึ่งรุ่น ที่สวยสะดุดตาทุกครั้งที่ได้พบเห็น อย่าง MINI Convertible มินิเปิดประทุนเจเนอเรชั่นล่าสุด ที่ตอนนี้ได้เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย และเริ่มจะพบเห็นได้ตามท้องถนนกันบ้างแล้ว

MINI Convertible รุ่นนี้ ถือเป็นมินิเปิดประทุนในเจเนอเรชั่นที่ 3 แล้วครับ (ไม่นับรุ่นคลาสสิค) ซึ่งมินิจะทำรุ่นเปิดประทุนควบคู่กับรุ่นแฮตช์หลังคาแข็งอยู่เสมอ ตั้งแต่มินิ R52 ในเจเนอเรชั่นแรก มาถึงโฉมของ R57 และล่าสุดอย่าง F57 คันที่ผมจะรีวิวให้ชมกันวันนี้ แต่อย่าเพิ่งคิดว่ารีวิววันนี้จะยาวยืดเยื้อนะครับ เพราะมินิเปิดประทุนในทุกโฉมที่ผ่านมา จะใช้พื้นฐานของเครื่องยนต์และฟังก์ชั่นต่างๆ มาจากรุ่นแฮตช์หลังคาแข็งทั้งหมด จะมีความแตกต่างหลักๆ อยู่ที่ชุดหลังคาแคนวาสที่สามารถเปิดรับลมได้ กับในส่วนของพื้นที่เก็บของที่ฝากระโปรงท้ายเท่านั้น แต่นั่นก็ทำให้มินิคันนี้โคตรเท่ จนหลายคนหลงใหลได้ไม่ยากแล้วล่ะครับ

Ad

ใครที่ยังไม่เคยได้อ่านรีวิวว่า MINI Cooper S เจเนอเรชั่นล่าสุดเป็นอย่างไร ผมแนะนำให้ตามไปอ่านรีวิว F56 กันก่อนครับ >> Test Drive – ทดสอบจริง รีวิว F56 MINI Cooper S และ MINI Cooper D

MINI Convertible คันที่เราจะมาดูพร้อมๆ กันวันนี้ เป็น MINI Cooper S Convertible ด้วยสเปกของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ทวินพาวเวอร์เทอร์โบ 192 แรงม้า ตัวแรง ซึ่งทางมินิ ประเทศไทย ได้นำมินิเปิดประทุนโฉมนี้ เข้ามาจำหน่ายสเปกนี้เพียงสเปกเดียวเท่านั้นครับ

ความโดดเด่นของ MINI Convertible คันนี้ คือมันมาพร้อมกับสีฟ้า Caribbean Aqua (บางคนอาจมองว่าเป็นสีเขียว ไม่ว่ากัน) กับครั้งแรกที่ MINI ได้ใช้หลังคาผ้าแคนวาสที่มีลวดลาย ซึ่งคันนี้ทอเป็นลาย Union Jack หรือธงชาติอังกฤษ แปลกตา จนถ้ามันปิดหลังคาอยู่ อาจมองไม่ออกว่ามันเป็นหลังคาผ้าเลยล่ะครับ

การเปิดปิดหลังคาของ MINI Convertible ในรุ่นนี้ มีการปรับปรุงให้เปิดปิดได้เร็วขึ้นมากครับ ลดเวลาลงเหลือเพียงแค่ 18 วินาที มีการปรับปรุงระบบยกหลังคาด้วยมอเตอร์แบบใหม่ ที่มีความเงียบกว่าเดิม และยังสามารถเปิดปิดได้ในขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่ด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอีกด้วย

หลังจากเปิดหลังคา ซึ่งต้องใช้นิ้วกดสวิตช์เหนือศีรษะค้างไว้ จนกว่าขั้นตอนการเปิดจะสำเร็จ และกระจกทุกบานจะเลื่อนขึ้นมาจนสุด ผมค้นพบว่า ภายในตัวรถยังคงมีความเงียบพอที่จะสนทนากันได้แบบสบายๆ ไม่ต้องตะโกนคุยกัน หากอากาศไม่ดีพอ ก็ยังเปิดแอร์เพิ่มความสบายได้โดยไม่ต้องเร่งแอร์กันมากนัก

จริงๆ แล้วตอนเปิดหลังคา เราสามารถเปิดแค่ส่วนหนึ่งก็ได้นะครับ มันก็จะทำหน้าที่คล้ายกับตอนที่เราเปิดซันรูฟกับรถหลังคาแข็งเลย

หลังจากเปิดประทุนเต็มๆ แล้ว ก็จะหล่อๆ แบบนี้เลยครับ สีฟ้า Caribbean Aqua ที่เหมาะกับรถเปิดประทุนอย่างมาก ยิ่งมาอยู่ริมทะเลแบบนี้ สะกดทุกสายตาอย่างแท้จริงครับ

เบาะหนังสีน้ำตาลของ MINI Convertible ก็จะโดดเด่นมากขึ้นไปอีกเมื่อเปิดประทุน ให้สีสันของเบาะออกมาตัดกับสีสดใสๆ ของตัวถังรถ

มินิ ยังมีชุดกันลม หรือ wind deflector มาให้ด้วย ซึ่งมันจะถูกพับครึ่งและเก็บอยู่ในซองอย่างดี หากใครที่ต้องการเปิดประทุนและขับด้วยความเร็วที่สูงหน่อย จะต้องกางเจ้า wind deflector นี้ และติดตั้งอยู่เหนือที่นั่งของเบาะคู่หลังครับ อาจจะต้องใช้แรงในการติดตั้งเสียหน่อย แต่พอติดตั้งเสร็จแล้ว ก็จะช่วยลดแรงลมที่เข้ามาหมุนวนอยู่ภายในห้องโดยสารขณะเปิดประทุนและวิ่งด้วยความเร็วไปได้มากทีเดียว แถมยังทำให้ห้องโดยสารเงียบขึ้นด้วย (แต่ก็ต้องเสียสละที่นั่งของเบาะคู่หลังไปนะ)

ฝากระโปรงท้าย ของ MINI Convertible ในเจเนอเรชั่นนี้ มีการปรับปรุงให้มีขนาดความจุที่สูงขึ้น โดยเมื่อปิดหลังคาสามารถใส่ของได้มากถึง 215 ลิตร (เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม 25%) และเมื่อเปิดหลังคา จะเก็บได้ 160 ลิตร ซึ่งถือได้ว่า ไม่น้อยเลยนะครับ เมื่อเทียบกับว่านี่คือมินิ 4 ที่นั่ง ในรูปทรง Hatchback

แต่ความเก๋ของ MINI Convertible ในการเก็บของที่ฝากระโปรงท้าย ก็คือฝาท้ายนี่จะเปิดกางออกมาเหมือนท้ายรถกระบะ คือเปิดจากด้านบนลงมา และมินิเองก็เห็นปัญหาว่าการโหลดของขึ้นรถอาจจะไม่สะดวกเท่ากับรถ Hatchback ที่เปิดจากด้านล่างขึ้นไป จึงได้ออกแบบฟีเจอร์ที่เรียกว่า “Easy Load” มาให้ เพื่อให้การเก็บกระเป๋า หรือหยิบของออกจากฝากระโปรงท้าย MINI Convertible มีความสะดวกมากขึ้น

วิธีการทำงานของ Easy Load ก็คือ ทั้งด้านซ้ายและขวาของพื้นที่เก็บสัมภาระ จะมีขายึดที่สามารถกางออกมา และยกให้ช่องฝากระโปรงท้ายมีความกว้างขึ้นได้ โดยจะทำงานได้เฉพาะตอนที่รถยนต์ปิดหลังคาอยู่เท่านั้น ผมได้ทดลองใช้ Easy Load ตัวนี้กับกระเป๋าสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ๆ ก็พบว่ามันใช้งานได้ดีเลยครับ และก็ทำให้หลายคนตกใจ ว่ารถเล็กๆ แบบนี้ ช่องฝาท้ายเปิดได้เล็กๆ แบบนี้ แต่เก็บกระเป๋าใบใหญ่ลงไปได้ด้วย

ส่วนที่ยังขัดใจอยู่บ้าง ก็คือขายึด Easy Load นี้ยังต้องอาศัยความคุ้นเคยมากพอสมควรครับ และยังต้องออกแรงกันนิดหน่อย ในการยกส่วนบนของฝากระโปรงท้ายขึ้น และต้องดึงเอาก้าน Easy Load มาค้ำทีละข้างกันแบบ manual ไม่มีตัวล็อกและระบบไฟฟ้าใดๆ

MINI Convertible ยังมาพร้อมกับ Open Timer อยู่เช่นเดิมครับ คือมันจะคอยนับเวลาที่เราเปิดประทุน และเอามาแสดงบนหน้าจอได้ แบ่งเป็นระยะเวลาที่เราเปิดประทุนไว้ในครั้งนี้ กับเวลารวมทั้งหมดที่ได้เคยขับรถแบบเปิดประทุนมาโชว์ เพื่อกระตุ้นให้อยากขับรถแบบเปิดประทุนยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งความเก๋คือ ถ้าเราได้เชื่อมต่อ MINI Connected XL Journey Mate เอาไว้กับตัวรถ และได้จอดรถเปิดประทุนทิ้งไว้ แอพนี้จะสามารถเตือนเราได้เมื่อฝนใกล้จะตกครับ เพื่อให้เรากลับที่ปิดหลังคารถ ก่อนที่ฝนจะเทลงมาได้ทันท่วงที ฟีเจอร์นี้เรียกว่า Rain predictor ที่จะเลือกเตือนกับรถ MINI Convertible เท่านั้น

เหตุที่ในรีวิวนี้ ผมไม่ได้พูดถึงการขับขี่มากเท่าไรนัก เพราะเจ้า MINI Cooper S Convertible คันนี้ ได้ใช้ช่วงล่าง, เครื่องยนต์, อุปกรณ์ต่างๆ ในห้องโดยสารแบบเดียวกับที่อยู่ในโฉม Hatch 3 ประตูทุกประการครับ ความสนุกสนานในการขับขี่ โกคาร์ตฟิลลิ่งยังคงจัดเต็ม และโหมด Sport ก็ไม่ทำให้ผิดหวังอยู่เช่นเดิม และมินิ ประเทศไทยเอง ก็จัดออปชั่นมาให้แบบเต็มเหนี่ยวใน MINI Cooper S Convertible ที่จำหน่ายในประเทศไทย มีหน้าจอ head-up display, ระบบ Cruise Control, หน้าจอ MINI Connected XL พร้อมแผนที่นำทาง, ระบบ comfort access ก็มาครบ เท่าที่ผมดู ก็จะขาดไปแค่ paddle shift บนพวงมาลัยเท่านั้นเอง

จุดด้อยที่ผมพบเจอกับการขับ MINI Convertible คันนี้ คือเมื่อใช้ความเร็วเกินกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะได้ยินเสียงจากรอยต่อระหว่างหลังคาแคนวาสกับขอบด้านบนของกระจกหน้ารถได้ชัดเจนพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อผ่านช่วงที่ถนนไม่เรียบ ก็จะยิ่งดังจนเกิดเสียงรบกวนครับ ซึ่งต้องเป็นจุดที่คนขับรถเปิดประทุนต้องเตรียมใจกันไว้ล่วงหน้าเสียหน่อย เพราะมันก็จะไม่ใช่รถสไตล์ที่จะเงียบหรู ไร้เสียงรบกวนอยู่แล้ว

ผมลืมบอกไปว่า เราสามารถสั่งเปิด/ปิดประทุน ได้จากรีโมทกุญแจรถได้ด้วยนะครับ วิธีการก็แค่กดปุ่มปลดล็อกแช่ค้างไว้ เพื่อทำการเปิดประทุน และทำการกดปุ่มล็อกแช่ค้างไว้ เพื่อทำการปิดหลังคา โดยต้องกดค้างไว้จนขั้นตอนเสร็จสิ้น รถก็จะล็อกอย่างเรียบร้อย สะดวก และสามารถสั่งการได้เท่มากครับ

สรุป

ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจตลอดกาลนะครับ สำหรับมินิเปิดประทุน ที่ออกมาควบคู่กับโฉม Hatch หลังคาแข็งมาตั้งแต่อดีต สำหรับแฟนมินิที่ต้องการความหล่อขึ้นอีกระดับ ซึ่งมินิเปิดประทุน หรือ MINI Convertible โฉมปัจจุบันนี้ ก็ได้มีการปรับปรุงให้มันสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในห้องโดยสาร, พื้นที่เก็บสัมภาระที่ฝากระโปรงท้าย, ความสะดวกในการโหลดของขึ้นลง, ความเร็วในการเปิด/ปิดประทุน, ความสามารถในการเปิด/ปิดประทุนในขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่ รวมถึงการไหลเวียนของอากาศ ที่ทำได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก

แม้ว่าสภาพอากาศ และสภาถนนในบ้านเรา โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร จะไม่ได้เหมาะกับรถเปิดประทุนมากเท่าไรนัก แต่นั่นก็ทำให้รถเปิดประทุนในบ้านเรา มีความโดดเด่น ไม่เหมือนใครบนท้องถนนมากขึ้น และยิ่งเป็นรถเปิดประทุนที่เป็นหลังคาแคนวาสแบบนี้ นับวันจะยิ่งหาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ ส่วนแฟนๆ มินิคนไหน อยู่ในพื้นที่นอกเมืองที่น่าจะมีโอกาสได้ใช้งานแบบเปิดประทุนมากกว่าชาวเมือง ผมว่า MINI Convertible นี่คือตัวเลือกที่ดีมากๆ ตัวนึงเลย

ปัจจุบัน มินิ ประเทศไทย นำ MINI Convertible เข้ามาจำหน่ายเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น คือ MINI Cooper S Convertible ออปชั่นตามที่ได้รีวิวให้ชมกันวันนี้ เปิดราคาขายที่ 3,050,000 บาท ให้การดูแล MSI ยาวนาน 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร และรับประกันคุณภาพ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางครับ

บทความโดย
อู๋ @spin9

ขอขอบคุณ
มินิ ประเทศไทย

Comments: