เมื่อวันที่ 1-3 สิงหาคมที่ผ่านมา ทาง BMW Group Asia ได้จัดงาน BMW World 2014 – Stories in Motion ที่ประเทศสิงคโปร์ แสดงนวัตกรรมของรถยนต์ BMW, รถยนต์ MINI และรถมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad รวมถึงการเสวนาในหัวข้อ Future of Mobility ที่แสดงวิสัยทัศน์ของเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตร่วมกับหลายหน่วยงาน ผมเองก็ได้มีโอกาสได้เข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วย จึงอยากนำประสบการณ์และเรื่องราวในงาน BMW World 2014 มาเล่าสู่กันฟังครับ
BMW World 2014 จัดขึ้นที่ The Sands Expo and Convention Centre, Marina Bay Sands ประเทศสิงคโปร์ ภายใต้คอนเซปต์ Stories in Motion ถือเป็นการจัดงานใหญ่ระดับนานาชาติของ BMW Group Asia และเป็นโชว์เคสของแบรนด์รถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย บนพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร โดยมีการจัดแสดงทั้งในส่
Future of Mobility International Conference
งานเสวนาในหัวข้อเข้มข้นอย่าง Future of Mobility นั้น ถูกเน้นหนักในประเด็นของรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ว่าเทรนด์ของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า จะเข้ามาแทนที่รถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปในอนาคต ซึ่งมีการให้ความเห็น และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้เข้าร่วมเสวนาจากประเทศต่างๆ ถึงโมเดลความสำเร็จที่เกิดขึ้นในหลากหลายเมืองทั่วโลก ในการวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อการรองรับรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นสถานีชาร์จไฟทั่วเมือง, การผลักดันให้รถยนต์ไฟฟ้ามีความน่าสนใจ เช่น โครงสร้างภาษี หรือ สิทธิประโยชน์อื่นๆ ของรถยนต์ไฟฟ้า เช่นการยกเว้นค่าธรรมเนียมบางอย่าง, สิทธิ์ในการใช้เลนพิเศษ รวมถึงที่จอดรถพิเศษ ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
Mr. Glenn Schmidt ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ BMW Group ได้แชร์ถึงความตั้งใจของ BMW Group ในการผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า (ปัจจุบันคือ BMW i3) ร่วมกับภาครัฐของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งต้องยอมรับว่าโมเดลการจัดการรถยนต์ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ดังนั้น ความพร้อมของแต่ละเมือง หรือแต่ละประเทศ ในการที่วางจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในระดับ mass market จึงเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน ซึ่งแตกต่างจากโครงสร้างของรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป หรือใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างชัดเจน การร่วมมือกับภาครัฐของประเทศต่างๆ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการที่รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นในเมืองใดเมืองหนึ่งได้นั้น ต้องมีการผลักดันจากภาครัฐเป็นแกนสำคัญ
Mr. Rodin Knapp รองหัวหน้าฝ่ายความร่วมมือในด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้แชร์ถึงตัวเลขความนิยมของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศเยอรมันว่า มีการเติบโตสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งมีการขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จากปัจจุบัน 4,400 จุด เป็น 7,000 จุดภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงมีการตั้งเป้าว่าจะมีรถยนต์ไฟฟ้า 1 ล้านคันบนถนนของประเทศเยอรมันภายในปี 2020 ด้วย
คุณวิชัย จิราธิยุต ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวถึงการเสวนาในครั้งนี้ว่า “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมถือเป็
คุณฮิวจ์ วนิชประภา ประธานสมาคมการค้าไทย
BMW
ไฮไลต์ของแบรนด์ BMW ในงาน BMW World 2014 ครั้งนี้ แบ่งออกเป็นสามส่วนด้วยกันครับ คือ รถยนต์รุ่นใหม่ของ BMW, รถยนต์คอนเซ็ปต์ของ BMW และที่ขาดไม่ได้ คือรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในตระกูล BMW i นั่นเอง
สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ของ BMW ที่มาจัดแสดงในงานครั้งนี้ มีทั้งหมดหลากหลายรุ่น รวมถึงบางรุ่นที่ไม่เคยจัดแสดงในภูมิภาคเอเชียมาก่อนด้วย เช่น BMW M3 Sedan, BMW M4 Coupe, BMW 4 Series Gran Coupe, BMW 4 Series Convertible, BMW X3 LCI, BMW X4 และ BMW 2 Series Active Tourer ทุกรุ่นนี้ถูกจัดแสดงแบบให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ไม่มีหวงกันเลยทีเดียว
ในส่วนของรถยนต์คอนเซ็ปต์ของ BMW นั้น มีจัดแสดงเอาไว้ 2 รุ่นครับ นั่นคือ BMW Vision ConnectedDrive Concept ที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน Geneva Motor Show 2011 และ BMW Pininfarina Gran Lusso Coupe Concept ที่เผยโฉมครั้งแรกในงาน 2013 Villa d’Este Concorso d’Eleganza ประเทศอิตาลี รวมถึงในงานได้พบกับ Joji Nagashima สุดยอดดีไซเนอร์ของ BMW ที่อยู่ในโปรเจกความร่วมมือกับ Pininfarina ในการทำรถยนต์คอนเซ็ปต์รุ่นนี้ และยังเป็นผู้ดีไซน์ BMW E36, E90, E39 และ Z3 Roadster อีกด้วย
โซนของ BMW i นั้น แน่นอนว่าโดดเด่นด้วยสองโมเดลปัจจุบันอย่าง BMW i3 และ BMW i8 แต่สิ่งที่สำคัญไม่ใช่การโชว์รถยนต์ทั้งสองรุ่น เพราะแท้จริงแล้วทั้ง BMW i3 และ i8 ต่างได้เคยมาจัดแสดงที่สิงคโปร์ไปเมื่อปีที่แล้ว งาน BMW World 2014 ครั้งนี้ จึงมาแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ BMW i3 และ i8 โดยเฉพาะเทคโนโลยีการผลิต ที่ BMW เป็นแบรนด์รถยนต์แบรนด์แรกในโลก ในการนำเอาวัสดุ Carbon-Fiber-Reinforced Plastic หรือ CFRP มาใช้ในการผลิตรถยนต์แบบ mass production เพื่อประโยชน์ทางด้านน้ำหนักตัวถังโดยรวมของตัวรถ และความแข็งแรงของตัวถัง ที่ CFRP สามารถทำได้ดีกว่าเหล็กตัวถังรถยนต์ทั่วไปหลายเท่าตัว นับว่าเป็นความโดดเด่นมากๆ ของรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีของวัสดุ CFRP มาช่วย เพราะโดยทั่วไปรถยนต์ไฟฟ้าจะเสียเปรียบในเรื่องของน้ำหนักตัวถัง เนื่องจากน้ำหนักของแบตเตอรีที่ต้องแบกภาระเพิ่มเติมนั่นเอง
การผลิต CFRP ของโรงงานในกลุ่มของ BMW นั้น มีการวางรากฐานมาอย่างดี โดยเริ่มจากการขยายฐานการผลิตคาร์บอนไฟเบอร์ที่โรงงาน Moses Lake สหรัฐอเมริกาขึ้นอีกสามเท่าตัว โรงงานแห่งนี้ใช้ไฟฟ้าพลังน้ำในการผลิตทั้งหมด และขั้นตอนการขึ้นรูปชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์รวมถึงประกอบเป็นตัวถังรถยนต์จะเกิดขึ้นที่โรงงาน Landshut และ Leipzig ประเทศเยอรมัน โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานลม ซึ่งทาง BMW Group ได้มีจุดยืนชัดเจนว่า “เราจะไม่ผลิตรถยนต์พลังงานสะอาด จากโรงงานที่ใช้พลังงานสกปรก” จึงเป็นที่มาของการลงทุนครั้งใหญ่ กับโรงงานที่ใช้พลังงานสะอาดทั้งหมด ถือว่าเป็นความประทับใจอย่างมากกับความตั้งใจของทาง BMW
ในงานครั้งนี้ ทาง BMW Group Asia ยังถือโอกาสเปิดตัว BMW i3 สำหรับตลาดสิงคโปร์เป็นครั้งแรก ในราคา S$228,000 หรือประมาณ 5.8 ล้านบาท พร้อมทำการส่งมอบทันที โดยจะต้องมีเจ้าหน้าที่ของ BMW เข้าไปตรวจสอบบริเวณที่จอดรถของบ้านก่อน ว่าสามารถทำการติดตั้งจุดชาร์จไฟได้หรือไม่ ส่วน BMW i8 เปิดราคาประมาณ S$600,000 หรือราว 15.4 ล้านบาท เริ่มส่งมอบปลายปีนี้เป็นต้นไป
MINI
แฟนๆ MINI พันธุ์แท้อย่างผม มาเดินงานนี้ต้องบอกว่า “ฟิน” มาก เพราะนอกจาก The new MINI F56 ที่มาจัดแสดงด้วยชุดแต่งจัดเต็ม 3 แบบ 3 สไตล์อย่าง Speedwell Blue, Vivid Green และ John Cooper Works Pro แล้ว ยังมีรถ MINI Concept ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ อย่าง MINI John Cooper Works Concept ตัวแรง กับ MINI Clubman Concept ที่หลายคนเฝ้ารอการมาถึงของทั้งสองรุ่นอย่างใจจดใจจ่ออีกด้วย
ในโซน MINI นั้น ถูกจัดแสดงด้วยคอนเซ็ปต์ Story of Revolution เผยให้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์มินิ ตั้งแต่ Mini Mark I ในปี 1959 (ที่มีจัดแสดงในสภาพสมบูรณ์อย่างมากในงานเช่นกัน) พัฒนาต่อเนื่องมาจนถึง The new MINI รุ่นล่าสุด บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาตลอด 55 ปีของแบรนด์มินิ ผ่านแผ่นกระดาษทิชชู่ ที่ในอดีต Sir Alec Issigonis ได้ร่างแบบของรถยนต์มินิลงบนแผ่นกระดาษทิชชู่ จนถูกประกอบร่างขึ้นเป็นรถยนต์มินิจริงๆ ซึ่งในโซนของ MINI ในงาน BMW World 2014 นี้ ก็เต็มไปด้วยแผ่นกระดาษ ที่รังสรรค์เอาไอเดีย และ ดีไซน์ต่างๆ บนแผ่นกระดาษเหล่านั้น กระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด
งาน BMW World 2014 ถือว่าเป็นงานโชว์เคสของแบรนด์รถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย เอาใจแฟนๆ Bimmer และ MINIster อย่างแท้จริง งานนี้ไม่ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จึงมีความพิเศษอย่างมากทั้งรูปแบบการจัดงาน, รายละเอียดต่างๆ ของรถยนต์แต่ละรุ่น รวมถึงวิศวกร ผู้บริหาร และ ดีไซเนอร์ของ BMW ที่คอยตอบคำถามต่างๆ อย่างใกล้ชิดอีกด้วย ต้องบอกเลยว่า หากทาง BMW Group ตัดสินใจจัดงาน BMW World ขึ้นอีกเมื่อไหร่ แฟนๆ BMW และ MINI ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ
ขอขอบคุณ
BMW Group Asia
BMW Group Thailand