พาชมการแข่งขัน MINI Challenge 2017 รอบชิงชนะเลิศ จากสนาม Mugello ประเทศอิตาลี

สวัสดีจากสนาม Mugello Circuit ประเทศอิตาลีครับ วันนี้ผมจะพาแฟนๆ มินิมาดูบรรยากาศการแข่งขัน MINI Challenge ประจำปีนี้ ซึ่งเป็นงานแข่งรถที่สำคัญของ MINI มาอย่างยาวนาน ที่เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ และมาตัดสินกันที่สนามแข่งรถระดับโลกในแคว้นทัสนานีอันสวยงามของประเทศอิตาลีแห่งนี้

ก่อนที่จะไปชมการแข่งขันปีนี้ ผมขอเล่าถึง MINI Challenge กันก่อนครับ การแข่งขัน MINI Challenge เป็นการแข่งรถแบบ one-make race หรือว่ากำหนดให้รถ MINI ทุกคันที่จะแข่งมีสเปคเดียวกันทั้งหมด มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันกันหลายทีมในแต่ละปี และจะมีการแข่งกันในหลายสนามจนกว่าจะมาถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นไปด้วยความเข้มข้นทุกปีครับ ในอดีตมีการจัดแข่งกันหลายประเทศในแถบยุโรป ที่มักจะเป็นงานที่ปั้นนักแข่งมินิให้ขึ้นมามีชื่อเสียงได้ในระดับโลก แต่ปัจจุบัน จะเหลือประเทศที่ยังเอาจริงเอาจังกับการแข่งขัน MINI Challenge นี้เพียงแค่อังกฤษ กับ อิตาลี เท่านั้น

Ad

สำหรับปีนี้ MINI Challenge 2017 ที่อิตาลี มีการแบ่งการแข่งขันออกเป็นสองรุ่น คือรุ่น Pro กำหนดความแรงเอาไว้ที่ 265 แรงม้า (ทุกคันต้องแรงเท่ากันหมด) และรุ่น Lite กำหนดความแรงแบบ JCW มาตรฐานคือ 231 แรงม้า มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 18 ทีมจากทั่วทั้งอิตาลี โดยปีนี้เป็นปีแรก ที่มินิอิตาลี ได้กำหนดให้ดีลเลอร์มินิแต่ละเจ้าเป็นสปอนเซอร์หลักของแต่ละทีม ซึ่งจะทำให้การแข่งขันมีความเข้มข้นมากขึ้น เพราะนั่นหมายถึงศักดิ์ศรีของดีลเลอร์มินิในแต่ละเมืองด้วยนั่นเองครับ

MINI Challenge 2017

ปีนี้ผมมีโอกาสได้มาร่วมงาน MINI Challenge รอบชิงชนะเลิศที่ประเทศอิตาลีครับ สนามนี้ถือว่าเป็นสนามที่ 6 นับตั้งแต่เริ่มเปิดการแข่งขันปีนี้ในเดือนเมษายน ซึ่งมีการหมุนเวียนไปแข่งในสนามแข่งรถหลากหลายสนามในประเทศอิตาลี และมีการเก็บคะแนนสะสมกันมาทั้ง 2 คลาส (Pro กับ Lite) จนมาชี้ชะตากันที่สนาม Mugello Circuit ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในสนามแข่งรถระดับโลกที่มีความสวยงามของอิตาลี และเป็นสนามที่ถูกใช้ในการแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์รายการใหญ่ๆ มากมาย

รอบชิงชนะเลิศนี้จัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ วันที่ 7-8 ตุลาคม 2017 ครับ โดย MINI ได้จัดพื้นที่ของ John Cooper Works Challenge เอาไว้ใหญ่โต มีเต็นท์รับรอง และช่องสำหรับจัดเตรียมรถยนต์ MINI Challenge ของแต่ละทีมอย่างสวยงาม

ก่อนที่เริ่มการแข่งขันในช่วงบ่าย ผมมีโอกาสได้เดินชมรถ MINI Challenge แต่ละคันและได้พูดคุยกับทีมที่กำลังตระเตรียมรถกันอยู่ครับ พบว่าแต่ละทีมก็เป็นแฟน MINI พันธุ์แท้มากๆ และใส่ใจในรายละเอียดของตัวรถทุกจุด ที่นอกจากจะต้องมั่นใจว่ารถยนต์สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ทุกฟังก์ชั่นแล้ว (ไม่พูดถึงความแรง เพราะทุกคันต้องอยู่ในสเปคเดียวกันทั้งหมด) ยังต้องตกแต่งอย่างสวยงามด้วย รถ JCW Challenge แต่ละคันนี่มีการตกแต่งให้มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไปครับ เพื่อที่จะให้ผู้ชมแยกได้อย่างชัดเจนว่าคันไหนเป็นของทีมไหนเวลาที่วิ่งอยู่ในสนาม ดังนั้นในช่วงก่อนการแข่งขันนี่แต่ละทีมก็จะเดินรอบคัน ปรับโน่นนี่กันอย่างคึกคักเลยครับ

อ่าน: รีวิว MINI JCW (F56) มินิรุ่นท็อป ที่ขับสนุก และแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เมื่อถึงเวลาแข่งขัน ก็จะเคลื่อนรถเข้าไปที่สนาม Mugello Circuit บริเวณจุดสตาร์ท ที่มีการนับคะแนนในรอบ qualify กันไว้แล้วว่ารถของทีมไหนจะได้ครองตำแหน่ง pole position

แม้กระทั่งรถ Safety Car ของการแข่งครั้งนี้ ก็ใช้รถ MINI JCW Clubman ครับ

เมื่อพร้อมแล้ว ก็จะมีการวิ่งวอร์มกันก่อน และค่อยเป็นรอบของการแข่งขันจริง แต่ละคันนี่จัดเต็มกันมาก ชนิดที่ไม่มีใครยอมใครครับ ด้วยความยาวกว่า 5.2 กิโลเมตร กับ 14 โค้งในสนาม แค่เป็นผู้ชมก็สนุกมากๆ แล้ว มีจังหวะให้ตัดแซงกันได้ในหลายๆ โค้ง บวกกับเสียงเครื่องยนต์ John Cooper Works ที่ถูกปรับแต่งมาอย่างดังกระหึ่ม ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ มินิที่มาเชีบร์กันจากทั่วประเทศอิตาลีได้อย่างออกรสออกชาติกันเลย

สรุปการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ของ MINI Challenge Italia 2017 ผู้ชนะคะแนนรวมทั้ง 6 สนามได้แก่ Iaquanta Simone จากทีม M.Car by AC Racing Technology ที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 มากถึง 4 สนามจากทั้งหมด 6 สนาม ตลอดการแข่งขันอันยาวนานมาตลอดทั้งปีนี้ครับ

ในงานนี้ ทาง MINI Italia ยังได้จัดให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีโอกาสทดลองนั่งในรถ MINI JCW ที่ขับโดยนักแข่งรถมืออาชีพ ในสนาม Mugello Circuit ระดับโลกแห่งนี้ ซึ่งเป็นสุดยอดประสบการณ์ที่หาได้ยากสำหรับแฟนๆ มินิครับ และยังมีโอกาสได้เห็นประสิทธิภาพของ MINI John Cooper Works ที่ออกแบบมาสำหรับคนรักความแรงโดยเฉพาะ ที่ให้นักแข่งได้ดันไปให้สุดขีดความสามารถของมันอีกด้วย

ส่วนแฟนๆ มินิที่เข้าร่วมงาน และอยากมีโอกาสได้ขับบ้าง ทางมินิก็ได้จัดเตรียมรถ John Cooper Works ให้ทดลองขับได้ครบทั้ง 4 โมเดล คือ Hatch (F56), Convertible (F57), Clubman (F54) และ Countryman (F60) รุ่นล่าสุดกันเลย โดยเป็นการขับในเส้นทางโดยรอบบริเวณ Mugello Circuit ที่มีความสวยงาม และสามารถใช้ความเร็วได้มากพอสมควร

รอบนี้ผมเลือกเอา MINI John Cooper Works Countryman (F60) มาทดลองขับด้วยครับ ซึ่งรุ่นนี้น่าจะมีข่าวดีสำหรับแฟนๆ มินิชาวไทยกันเร็วๆ นี้แล้ว เรียกได้ว่าเป็นมินิที่ทั้งแรงและเอนกประสงค์อย่างมากในคันเดียวกัน และเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

สรุป

งาน MINI Challenge ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในตำนานของ MINI ที่ยังถูกสืบสานต่อเนื่องทุกปี เพื่อตอกย้ำถึงศักยภาพของรถยนต์ MINI John Cooper Works ที่ออกแบบมาสำหรับผู้รักความเร็วโดยเฉพาะ และยังเป็นรุ่นที่สืบสานตำนานของ John Cooper ที่เคยปรับแต่งรถยนต์มินิจนเป็นแชมป์โลกแรลลี่มอนติคาร์โลมากถึง 3 สมัยในอดีต และมีแฟนๆ มินิทั่วโลก ยังคงหลงใหลในเสน่ห์และความสามารถของรถเล็กตัวแรง ที่เมื่อปรับแต่งแล้ว ยากที่จะหาประสบการณ์การขับขี่จากรถรุ่นอื่นๆ มาทัดเทียมได้ จนเราได้เห็นความสำเร็จของ MINI JCW กันอยู่ทุกวันนี้

เป็นที่น่าสนใจนะครับ ว่าในหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะในแถบยุโรป และอเมริกานั้น มีแฟนๆ มินิที่ติดตามอีเวนต์ของ John Cooper Works อย่างต่อเนื่องทุกปี จนเป็นแฟนคลับของทีมแข่งขัน และติดตามเชียร์กันไปในทุกๆ สนามที่ทีมของตนเองเข้าร่วมแข่ง เหมือนกับการแข่งขันรถยนต์หรือการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ๆ กันเลย ซึ่งแน่นอนเลยครับว่าทาง MINI ก็ได้ตอกย้ำว่า ผู้ที่ชื่นชอบความเร็วความแรงนี้ เตรียมพบกับความน่าตื่นเต้นของ John Cooper Works ที่จะออกมาใหม่ๆ กันได้เลย จะมีเซอร์ไพรส์ที่ทำให้แฟนๆ มินิตั้งตารอคอยออกมาให้เห็นกันอีกอย่างแน่นอน

บทความโดย:
อู๋ spin9

ขอขอบคุณ:
มินิ ประเทศไทย

Comments: