รีวิว MINI Cooper D / Cooper SD ~ เครื่องยนต์ดีเซล

อย่างที่เคยเอามาฝากก่อนหน้านี้ครับ ว่าทาง MINI ประเทศไทยได้เปิดตัว MINI Cooper D และ Cooper SD เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรอย่างเป็นทางการในไทยไปเมื่อเดือนที่แล้ว วันนี้ผมเลยมีเรื่องราวของ MINI เครื่องยนต์ดีเซลมาฝากอีกที เพราะว่าผมมีโอกาสไปทดลองขับมาแล้วในฐานะสื่อมวลชน ทั้ง Cooper D และ Cooper SD ครับ และเหมือนเช่นเคย ไม่เคยไปมือเปล่าอยู่แล้ว มีข้อมูลเก็บกลับมาฝากเพื่อนๆ เอาให้เหมือนได้ไปด้วยกันเลยละกันเนอะ..

การทดสอบครั้งนี้ เป็นทริปทดสอบสมรรถนะของ MINI เครื่องยนต์ดีเซลโดยเฉพาะเลย ซึ่งทาง MINI Thailand ได้จัดรถมินิดีเซลไว้ทั้งหมด 7 คัน ครบทั้ง 5 รุ่นดีเซลที่มีจำหน่ายในไทย ทั้ง Hatch Cooper D, Hatch Cooper SD, Countryman Cooper D, Countryman Cooper SD และ Coupe Cooper SD จัดเต็มอ่ะ

Ad

เส้นทางการทดสอบ ในรอบที่ผมไปทดสอบ เป็นรอบของสื่อมอเตอริ่ง จากกรุงเทพถึงเขาใหญ่ โดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์-ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว- อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่-ปราจีนบุรี เข้าพักที่ดาษดารีสอร์ท และเดินทางกลับ กทม. ในวันรุ่งขึ้น ด้วยเส้นทางนครนายก-รังสิต-วงแหวน รวมระยะทาง 2 วันประมาณ 530km (วันแรก 365km วันที่สอง 165km) ซึ่งได้ทดสอบแบบครบรส (และครบรถด้วย) มีทั้งทางราบ ทางคดเคี้ยว ขึ้นเขา เจอทั้งแดด ลม ฝน ถ้าประเทศเรามีหิมะด้วยก็คงเจอไปแล้ว

ในการทดสอบช่วงแรก จะเป็นการทดสอบฟรีรัน ต่างคนต่างขับ จาก BMW Thailand ถนนวิทยุ ไปเช็คพ้อยท์ที่โรงแรม Kantary กบินทร์บุรี ได้ทดสอบทั้งเส้นทางที่มีรถมากในเมือง ไปจนถึงเส้นทางราบแบบพอทำความเร็วได้ ซึ่งจะมีการบันทึกอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของรถทุกคัน

และนี่คืออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของการทดสอบช่วงแรก ที่บันทึกจากการทดสอบจริง…

Hatch Cooper D ประมาณ 19-20 km/L

Hatch Cooper SD ประมาณ 18 km/L

Countryman Cooper SD ประมาณ 15.5 km/L

ซึ่งแต่ละคันทำได้ค่อนข้างใกล้เคียงกับสเปคของ MINI ที่ได้เคลมไว้ ประหยัดเวอร์มาก ถ้าเทียบกับเครื่องยนต์เบนซินที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันอยู่ ขับให้ตายยังไงก็ได้เลขตัวเดียว

ระหว่างการทดสอบ จะมีจุดให้สลับคนขับ และ สลับรุ่นรถที่ใช้ทดสอบ เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ทดสอบกันครบทุกรุ่นครับ

ความจุถังน้ำมันของ Cooper D อยู่ที่ราวๆ 40 ลิตรเท่านั้น ถังเล็ก แต่วิ่งได้ไกล เคลมกันว่าวิ่งได้ถึง 700-800 km ต่อถัง โดยไม่ต้องตั้งใจที่จะขับประหยัดอะไรกับมันมาก วู้ววว

จากนั้นจะเป็นการทดสอบบนเส้นทางคดเคี้ยว และลาดชันของเส้นวังน้ำเขียว ได้ใช้ประโยชน์จากแรงบิด หรือ ทอร์ค ของเครื่องยนต์ดีเซลอย่างเต็มประสิทธิภาพ มีการแนะนำให้กดปุ่ม Sport เพื่อเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่มากขึ้น ถ้าไปดูตัวเลขทางเทคนิคของเครื่องยนต์ดีเซลของมินิรุ่นนี้ จะพบว่าทอร์คสูงสุดมาเต็มตั้งแต่รอบ 1,750rpm เลย และรุ่น Cooper SD ให้ทอร์คสูงสุดถึง 305Nm กำลังที่ได้นี่มาแบบ “เหลือๆ” ช่วงไต่ขึ้นเขา หรือ จังหวะเร่งแซงหายห่วง กดปุ๊บมาปั๊บ ซึ่งความรู้สึกจะแตกต่างจากเครื่องยนต์เบนซิน ที่ต้องใช้รอบค่อนข้างสูง

ช่วงขึ้นเขา มีการรีเซ็ตอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันใหม่ และพบว่าจากราวๆ 19km/L บนทางราบ ก็ยังคงประหยัดได้ 14-15km/L ในช่วงขึ้นเขา + กดปุ่ม Sport ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจมากเลยว่ามั้ย?

อีกเรื่องที่หลายคนกังวล คือเรื่องของเสียงเครื่องยนต์ และ ความนิ่งเงียบ ไม่สั่นสะเทือน ก็ขอยืนยันว่า เครื่องยนต์มีเสียงที่เป็นคาแรคเตอร์ของดีเซลชัดเจน แต่ “ไม่ดัง และ ไม่สั่น” ยิ่งถ้าเทียบกับเครื่องยนต์เบนซินทั่วไปแล้ว ที่มินิของพวกเราเสียงเครื่องยนต์ค่อนข้างจะดังเป็นทุนเดิม พอมาเป็นเครื่องดีเซลเลยไม่รู้สึกว่าดังกว่ากันมากเท่าไหร่ และสำหรับดีเซลทุกรุ่น ทาง MINI ก็ได้เสริมแผ่นซับเสียงในห้องเครื่องยนต์มาให้อย่างที่เห็นในรู ปนี้ เรียกว่าถ้านั่งอยูในรถ ก็แยกกันไม่ออกเลยระหว่างนั่งในรถมินิเบนซิน กับมินิดีเซลครับ

วันนี้ไม่พูดถึงช่วงล่างนะครับ เพราะมันคือตัวถังเดิมทุกอย่าง เซ็ตมาเหมือนกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

 

ออพชั่นของรถยนต์ MINI Cooper D จะเหมือนกับออพชั่นของ MINI Cooper Look 1 ทุกประการ และออพชั่นของ MINI Cooper SD ก็จะเหมือนกับออพชั่นของ MINI Cooper S เช่นกัน (มาเต็ม ทั้งหน้าจอ, MINI Connected, Comfort Access, ซันรูฟ, harman/kardon, กระจกตัดแสงไฟฟ้า, ฯลฯ) โดยราคาขายที่ MINI Thailand วางไว้ คือรุ่น Hatch และ Coupe จะแพงกว่ารุ่นเบนซิน 300,000 บาท ส่วนรุ่น Countryman ดีเซลจะแพงกว่าเบนซินรุ่นละ 250,000 บาท ด้วยต้นทุนเครื่องยนต์ดีเซลที่สูงกว่าเครื่องยนต์เบนซิน

ความเห็นส่วนตัว จากที่เคยขับมาครบทุกรุ่นแล้ว ทั้งเบนซินและดีเซล ทุกรหัสตัวถัง ต้องบอกว่าเป็นตัวเลือกที่เพิ่มเติมขึ้นมาสำหรับไลน์ของ MINI ในบ้านเราได้ค่อนข้างลงตัว เพราะแรกเริ่มเดิมที มีความต่างระหว่าง Cooper และ Cooper S ค่อนข้างมาก การที่มี Cooper D มาเสียบกลางระหว่างสองรุ่นนี้ น่าจะทำให้ตัดสินใจได้ถูกรุ่นมากขึ้น ในขณะที่คาแรคเตอร์ความเป็นมินิยังคงอยู่ครบถ้วน

จริงๆ ต้องบอกว่าเมืองนอกเมืองนา เค้ามี MINI Diesel มานานหลายปีโคตรๆ แล้ว มาถึงตัวนี้จัดว่าเป็นเครื่องยนต์ดีเซล เจเนอเรชั่นที่ 3 ของมินิเข้าไปละ แต่บ้านเราเพิ่งจะตัดสินใจนำเข้ามาเป็นตัวเลือก (ด้วยเหตุผลคุณภาพน้ำมันดีเซลของบ้านเรายังไม่ได้มาตรฐาน) และน่าจะมาในจังหวะที่ดี เพราะเจเนอเรชั่นก่อนๆ ของเครื่องยนต์ดีเซลของมินินั้น เป็นขนาด 1.6 ลิตร พอมาตัวนี้ เป็นดีเซล 2.0 ลิตรพร้อมเทอร์โบแปรผัน ไดเรคอินเจคชั่น (มีเทอร์โบแปรผันทั้งใน Cooper D และ Cooper SD นะครับ แต่เซ็ตความแรงมาไม่เท่ากัน) คือมาทั้งทีก็มากันให้สุดไปเลยทีเดียว

ใครคุ้นเคยกับรหัสเครื่องยนต์ของ BMW ก้น่าจะคุ้นเคยกับตัวนี้ดี เพราะเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้ใน MINI Cooper D/SD ก็คือเครื่อง N47 TU ของ BMW นั่นแหละ (ตัวเดียวกับใน BMW 320d) แต่ถูกเซ็ตมาให้วางสำหรับรถขับหน้าแบบมินิ

สรุปทิ้งท้ายของทุกรุ่น เริ่มจาก Cooper D ที่ถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็กของดีเซล แต่เหมาะมากสำหรับคนที่ใช้งานในเมืองเป็นหลัก ยิ่งเจอรถเยอะๆ หาจังหวะเปลี่ยนเลน การออกตัว อัตราเร่งในเมืองที่ความเร็วต่ำเป็นที่น่าพอใจ ราคาไม่สูงมากนัก อัตราการสิ้นเปลืองอยู่ในเกณฑ์ประหยัดสุดๆ (ในกลุ่มที่ทดสอบ มีคนขับ Countryman Cooper D ได้ประหยัดถึง 22km/L ในช่วงทางราบ 160km แรก) แต่ Cooper D จะเริ่มออกอาการอืดและหน่วงๆ ที่ความเร็วสูงหลัง 120km/h เป็นต้นไป ความเร็วสูงสุดตามสเปคอยู่ที่ประมาณ 192km/h น้อยกว่า Cooper เบนซิน และไต่ไปถึงยากกว่าครับ จึงน่าจะเหมาะกับผู้ที่ใช้งานในย่านความเร็วไม่สูงมากเป็นหลัก โดยเฉพาะการใช้งานในเมือง ขับสนุกกว่า Cooper เบนซินเอาเรื่องอยู่

ในส่วนของ Cooper SD ที่เปิดราคามาอยู่ในระดับแพงสุดของไลน์ MINI ในไทยตอนนี้ (ไม่นับ JCW) ที่นอกเหนือจากออพชั่นจะมาเต็มแล้ว ก็ยังเค้นความสามารถของเครื่องยนต์ดีเซลออกมาแบบสุดๆ อีกด้วย ทริปนี้อู๋ได้ลองทั้ง Countryman SD และ Hatch SD ต้องบอกว่าสมบูรณ์แบบมาก เพราะมาเต็มทั้งอัตราเร่ง แรงบิดที่ความเร็วต่ำ และไม่แผ่วปลาย ยิ่งถ้ากดปุ่ม Sport ด้วยแล้วจะยิ่งสนุก ในขณะที่ยังรักษาความประหยัดได้ใจ ขับยังไงก็ได้ตัวเลขสองหลัก อยู่ในระดับสิบกว่ากิโลต่อลิตรแน่นอน

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ MINI Thailand สำหรับทริปทดสอบ MINI ดีเซลในครั้งนี้ด้วยครับ จัดได้สมบูรณ์แบบและประทับใจมากจริงๆ

Thanks: MINI Thailand

Comments: